วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บันทึกอนุทินครั้งที่ 4

                                                       บันทึกอนุทินครั้งที่ 4

                                  วิชา การจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย

                                             อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
               
                   วัน/เดือน/ปี....5 กรกฎาคม 2556.....ครั้งที่...4....เวลาเรียน..13.10-16.40 น.

             สิ่งที่ได้รับจากเรียนในวันนี้คือ ได้ฟังเพื่อนๆนำเสนอในเนื้อหาต่างๆไม่ว่าจะเป็นแนวคิดของนักทฤษฎีต่างๆ การแสดงพฤติกรรมทางภาษาของเด็กปฐมวัยในช่วงอายุต่างๆที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มมีเนื้อหาที่นำเสนอพอสังเขปดังนี้

              กลุ่มที่ 1 ทำให้เราได้รู้เพิ่มเติมเรื่องความหมายของภาษาและความสำคัญของภาษา และเพื่อนได้เปิดวีดีโอเด็กท่อง a-z,0-10 และร้องเพลง ซึ่งทำไห้เราได้ดูเรื่องพัฒนาการทางภาษาของเด็กในการสื่อสาร สื่อความหมาย และยังเป็นการแสดงความกล้าแสดงออกของเด็กด้วย

             กลุ่มที่ 2 ได้รู้เพื่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดของนักทฤษฎีว่า

- เพียเจยต์ เรียนรู้ผ่านการเล่น

- จอนท์ ดิวอี้ เกิดจากการลงมือทำ

- ไวท์กอสกี้ เกิดจากการมีปฎิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม

- กู๊ดแมน การเรียนรู้เป็นไปตามธรรมชาติ


          กลุ่มที่ 3 ได้รู้ถึงพัฒนาการแต่ละขั้นของเด็กปฐมวัยแรกเกิด - 2 ปี


ทารกแรกเกิด       =     ลูกจะจดจ่ออยู่กับใบหน้าแม่

4 สัปดาห์             =    เด็กจะเลียนแบบพ่อแม่

6 สัปดาห์             =    เด็กจะยิ้มตามและมองตามของที่เคลื่อนที่

3 เดือน                =    เด็กจะเล่นกะของที่ห้อยอยู่ที่เปลนอนของตน

5 เดือน                =    เด็กเริ่มเข้าใจสิ่งผิดปกติ

6 เดือน                =     เริ่มสนใจกระจกเงา ชอบที่เห็นตัวเองในกระจกเงา

8 เดือน                =    เด็กจะรู้จักแสดงอารมณ์ แสดงความปรารถนา

12 เดือน              =     เด็กจะชอบทำให้หัวเราะ

15 เดือน              =     เด้กจะทำให้เห็นว่าเริ่มทำอะไรได้

2 ปี                      =     เด็กสามารถอยู่ตามลำพังและจะเล่นคนเดียว


กลุ่มที่ 4 พัฒนาการด้านสติปัญญาของเด็กอายุ 2-4 ปี

        ยกนักทฤษฎีมาท่านหนึ่งคือยีนเพียเจยต์  จากทฤษฎีกล่าวว่าการเรียนรู้ของเด็กเป็นไปแบบมีขั้นตอนไม่ควรไปขัดขวางพัฒนาการของเด็กเพราะจะทำให้พัฒนาการของเด็กหยุดการพัฒนาชั่วคราวแต่การจัดกิจกรรมเป็นสิ่งที่จะพัฒนาให้เด็กพัฒนาสติปัญญาเพิ่มขึ้น

กลุ่มที่ 5 พัฒนาการด้านสติปัญญาของเด็กอายุ 4-6 ปี

         เป็นช่วงวัยที่เด็กมีการพัฒนาด้านสติปัญญาเด็กจะอยากรู้อยากเห็น ชอบซักถามอยู่ตลอด จะถามคำซ้ำๆคือ ใคร ทำอะไร ทำไม
     
กลุ่มที่ 6   การเรียนรู้

         การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแแปลงพฤติกรรมของบุคคลที่เป็นผลมาจากการได้รับประสบการณ์การและการเรียนรู้มีองค์ประกอบที่สำคัญ 4 องค์ประกอบคือ

1. แรงขับ
2. สิ่งเร้า
3. การตอบสนอง
4. การเสริมแรง  การให้แรงเสริมมีทั้งทางบวกและทางลบ

กลุ่มที่ 7  การเรียนรู้

      วิธีการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย มีหลายอย่างเช่น การเล่นและการเข้าสังคม  การเรียนรู้เกิดจากการทำงานของโครงสร้างทางปัญญา  และ การช่วยเหลือตนเอง

กลุ่มที่ 8   องค์ประกอบของภาษา
   
      องค์ประกอบของภาษาประกอบด้วย เสียง ไวทยากรณ์ และ ความหมาย

กลุ่มที่ 10 เรียนรู้ภาษาจากการสื่อสาร

      รับเสียง ---> ตีความ  --->  ทำความเข้าใจ

เช่น การสอนเรื่องนิทาน

อ่านเอง  และ  อ่านให้ฟัง แบ่งเป็น อ่านเพื่อเอาเนื้อเรื่องและอ่านแล้วตั้งคำถาม

         จากการเรียนในวันนี้ทำให้ได้รับความรู้เพิ่มเติมอีกมากมายแถมยังได้แลกเปลี่ยมความรู้ความคิดกับเพื่อนต่างกลุ่มอีกด้วยและมีความสุขมากที่ได้ดูวีดีโอต่างๆจากเพื่อนการเรียนในวันนี้ได้รับความรู้มากมายแถมได้รับความสุขและเสียงหัวเราะด้วยค่ะ




วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บันทึกอนุทินครั้งที่ 3


                                                                   บันทึกอนุทิน

                                     วิชา การจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย

                                                 อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน

                     วัน/เดือน/ปี...28 .มิถุนายน.2556.....ครั้งที่...3...เวลาเรียน..13.10-16.40 น.



      .....ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากมีกิจกรรมรับน้องของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม.......





บันทึกอนุทินครั้งที่ 2


                                                                  บันทึกอนุทิน

                                 วิชา การจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย

                                             อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน

                     วัน/เดือน/ปี...21 .มิถุนายน.2556.....ครั้งที่...2....เวลาเรียน..13.10-16.40 น.



สิ่งที่ได้รับจากเรียนในวันนี้คือ

              ได้รู้จักความหมายของภาษา ว่า ภาษาหมายถึง การสื่อความหมาย ภาษาเป็นเครื่องมือในการแสดงความรู้สึกและความคิด ภาษามีความสำคัญมากเพราะเป็นเครื่องมือในการติอต่อสื่อสารกัน เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ เป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน และเป็นเครื่องมือช่วยจรรโลงจิตใจ ทักษะการฟังประกอบด้วย การฟัง การพูด การอ่าน การดู และการเขียน มีความรู้เพิ่มเติมทฤษฎีของเพียเจต์ เกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก
           1.กระบวนการดูดซึม คือ เด็กจะจดจำภาพต่างๆจากสิ่งแวดล้อมด้วยประสบการณ์เดิม เช่น มีปีก บินได้ เรียนว่านก เมื่อเด็กเห็นสิ่งที่มีพวกนี้เค้าก็จะเรียกว่านกทั้งหมด   2.การปรับความเข้าใจเดิมให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ เด็กจะปรับความรู้เดิมที่มีอยู่ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมหรือประสบการณ์ที่ได้รับ เช่น มีปีก บินได้ มีปากแหลม ร้องเจี๊ยบๆ เรียนว่านก ถ้าเด็กเจอสัตว์ที่มีลัษระแบบนี้ก็จะเรียนว่านก ทั้ง 2 ข้อนี้ควบคู่กัน เมื่อเกิดการดูดซึมและการปรับความเข้าใจของเด็กก็จะเกิดความสมดุลขึ้นในตัวเด็กกลายเป็นความคิดรวบยอดในสมอง และได้รู้ว่าเพียเจต์แบ่งพัฒนาการด้านสติปัญญาซึ้งมีความสัมพันธ์กับการใช้ภาษาออกเป็น 4 ขั้นพัฒนาการ พัฒนาการทางภาษาของเด็กจะค่อยๆสร้างความรู้ความเข้าใจเป็นลำดับขั้นครูหรือผู้สอนต้องเข้าใจและยอมรับในการสอนนั้นเราต้องสอนเมื่อเด็กพร้อมที่จะเรียน ดูความแตกต่างทางด้านพัฒนาการของเด็กในแต่ละคนเพราะเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการแต่ละด้านไม่เท่ากันและสิ่งสำคัญคือเราต้องมีการให้แรงเสริม การให้แรงเสริมมีทั้งทางบวกและทางลบ เมื่อเด็กทำกิจกรรมได้เป็นอย่างดีเราต้องชมเชย แต่ถ้าทำไม่ได้เราก็ควรที่จะให้กำลังใจและส่งเสริมเด็ก

บันทึกอนุทินครั้งที่ 1


                                                                  บันทึกอนุทิน

                                       วิชา การจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย

                                                   อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน

                     วัน/เดือน/ปี...14 .มิถุนายน.2556.....ครั้งที่...1....เวลาเรียน..13.10-16.40 น.



สิ่งที่ได้รับจากเรียนในวันนี้คือ

                   ได้รู้ว่าการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยมีองค์ประกอบอะไรบ้างแต่ละอย่าเชื่อมโยงกันมากจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปมิได้และได้รู้สาระที่เราจะต้องเรียนว่าเราจะต้องเรียนอะไร มีเนื้อหาหรือวิธีการสอนแบบไหนดูได้จากการที่ได้ทำแผนผังความคิด อีกสิ่งหนึ่งก็คือได้รู้จักวิธีการทำบล็อกซึ่งดีมากเพราะว่าเราจะได้โชว์ชิ้นงานของตัวเองให้คนอื่นได้เห็นถือว่าเป็นสื่อการเรียนที่ดีมากอีกชิ้นหนึ่งเพราะจะทำให้เรามีผลงานที่ดีๆเก็บไว้ดูหรือไว้ใช้ในอนาคต